แฮร์รี่ เคน กองหน้าที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในอังกฤษ เขาเป็นกองหน้าคนสำคัญของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์และกัปตันทีมชาติอังกฤษ เขามีชื่อเต็มว่า  แฮร์รี่ เอ็ดเวิร์ด เคน เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 1993 ที่เมืองวาร์ดแฮมป์สตอล ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก โดยเริ่มเล่นกับพ่อและพี่ชายของเขา

เคน เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอย่างจริงจังเมื่อเขามีอายุได้ 6 ขวบ โดยในปี 1999 พ่อแม่ของเขาส่งเขาเข้าสู่อคาเดมี่ของริดจ์เวย์ โรเวอร์ส ทีมฟุตบอลในท้องถิ่น

ในปี 2001 เมื่อเขามีอายุได้ 8 ขวบ ก็ได้ย้ายไปอยู่ในอคาเดมี่ของสโมสรอาร์เซนอล แต่เขาก็อยู่ที่นั่นเพียงแค่ปีเดียว ก็ถูกปล่อยตัวออกมา โดยทางสโมสรให้เหตุผลว่า เคน ในเวลานั้นมีรูปร่างที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อ และมีสภาพของร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก ทำให้เขาย้ายกลับไปอยู่กับอคาเดมี่ของริดจ์เวย์ โรเวอร์ส เป็นครั้งที่สอง เคน ได้ทำการฝึกทักษะการเล่นฟุตบอลจนถึงอายุ 11 ปี ก็ได้เข้าไปทดสอบฝีเท้ากับทางสโมสร วัตฟอร์ด และเขาได้มีโอกาสลงสนามในเกมที่ วัตฟอร์ด พบกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และเขาก็สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นจนไปเข้าตาของทาง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ จึงตัดสินใจดึงตัวเขาเข้ามาร่วมทีมเยาวชนของสโมสรทันที

ในปี 2004 เมื่อเขาเข้ามาอยู่ในทีมเยาวชนของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แล้ว เคนก็สามารถพัฒนาฝีเท้าของตัวเองได้มากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาทางด้านร่างกายทำให้เขามีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น จนในปี 2010 เคน ก็ได้เซ็นสัญญาฉบับแรกในอาชีพนักฟุตบอลกับทางท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ในฤดูกาล 2010-2011 เคน ถูกปล่อยตัวไปเล่นให้กับ เลย์ตัน โอเรียนท์ ทีมฟุตบอลในลีกวัน เพื่อหาประสบการณ์การลงสนามให้มากขึ้น โดย เคน สามารถสร้างผลงานได้ไม่เลวเลยทีเดียว เขาลงสนามไป 18 นัด สามารถทำไปได้ 5 ประตู

ในฤดูกาล 2011-2012 เขากลับมายังสโมสรต้นสังกัดอีกครั้ง และในครั้งนี้ เคน ได้มีโอกาสลงสนามให้กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับ ฮาร์ทส์ ในศึกยูโรป้าลีก โดยเขา ได้ลงเล่นให้กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในศึกยูโรป้าลีก ไป 6 นัดและสามารถทำได้ 1 ประตู ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้ไปเล่นให้กับ มิลล์วอลล์ ทีมฟุตบอลในลีกแชมเปี้ยนชิป ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง โดยเขาสามารถทำได้ 9 ประตูจากการลงสนาม 27 นัด

ในฤดูกาล 2013-2013 เคน ยังถูกปล่อยตัวไปเล่นให้กับทีมต่างๆ ด้วยสัญญายืมตัว คือ สโมสรนอริช ซิตี้ และสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้

ในฤดูกาล 2013-2014 เคน เริ่มมีโอกาสลงสนามให้กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ อย่างเป็นทางการ โดยเขามีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงให้กับต้มสังกัดในเกมพรีเมียร์ลีกเป็นนักแรก ในเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งในเกมนั้นสามารถเอาชนะมาได้ถึง 5-1 โดยในฤดูกาลนั้น เคน สามารถทำประตูให้กับทีมได้ถึง 4 ประตู จากการลงสนาม 19 นัดในทุกรายการ

ในฤดูกาล 2014-2015 ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ เคนได้รับความไว้วางใจจากนายใหญ่คนใหม่เป็นอย่างมาก เขาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และทำให้เขากลายมาเป็นตัวหลักของทีมได้ในวัย 21 ปีเท่านั้น ซึ่งในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นฤดูกาลที่แจ้งเกิดเขาอย่างแท้จริง โดยเขาสามารถทำประตูไปได้ถึง 31 ประตูจากทุกรายการ และสามารถคว้าตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมฟุตบอลอาชีพของอังกฤษมาครองได้อีกด้วย

และหลังจากฤดูกาลนั้นเป็นต้นมา เขาก็กลายเป็นกองหน้าที่ถล่มทำประตูให้กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ได้อย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2015-2016 และฤดูกาล 2016-2017 เขาสามารถคว้าดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกได้ถึง 2 สมัย ด้วยสถิติการยิงประตู 25 ประตู และ 29 ประตู

ฤดูกาล 2017-2018 เขา สามารถทำลายสถิติของ อลัน เชียเรอร์ โดยสามารถทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดในฤดูกาล โดยทำไปถึง 39 ประตู ซึ่งทำลายสถิติของ เชียเรอร์ ที่ทำไว้ 36 ประตู

และด้วยความสามารถของเขาทำให้ เขาได้รับความสนใจจากทีมฟุตบอลชื่อดังของยุโรปมากมาย อย่าง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวของเขาออกไปให้ทีมไหนเลย

ในฤดูกาล 2020-2021 ฟอร์มของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในฤดูกาลนี้ไม่ดีนัก เนื่องจากมีปัญหาภายในทีมอยู่มากมาย ทำให้ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของนักเตะภายในทีม แต่กับทาง แฮร์รี่ เคน แล้วปัญหาต่างๆ กลับไม่มีผลกระทบต่อเขาเลย เคน ยังสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แต่ว่าเขาถูกให้ลงมาเล่นในตำแหน่งหน้าต่ำ ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถทำประตูได้มากนัก แต่เขาก็สามารถทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดของทีมและของลีก จนในช่วงท้ายของฤดูกาล เขาก็กลับมาทำประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง จนสามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดและรางวัลทำแอสซิสต์สูงสุดของพรีเมียร์ลีกได้ ซึ่งนับว่าเป็นประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะสามารถคว้า 2 รางวัลในฤดูกาลเดียวกัน

ในปี 2021 เคน ในวัย 28 ปี ได้แจ้งขอย้ายออกจากทีมเพื่อค้นหาความสำเร็จของตัวเอง คือการคว้าถ้วยรางวัลให้กับตัวเองสักครั้งในชีวิตการค้าแข้งของเขา หลังจากที่เขารับใช้ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์มาอย่างยาวนานถึง 12 ฤดูกาล แต่ก็ยังไม่มีโอกาสสัมผัสถ้วยรางวัลเลยสักครั้ง ซึ่งก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่า เขา จะยังคงอยู่กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อไป หรือ ย้ายไปร่วมทีมใด

สำหรับผลงานกับทีมชาติ เขาเริ่มติดทีมชาติอังกฤษในช่วงอายุไม่เกิน 17 ปี และไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่รุ่นอายุ 19 ปี ,20 ปี ,21 ปี และขึ้นมาอยู่ในทีมชาติชุดใหญ่ ในปี 2015  เขามีโอกาสลงสนามเป็นครั้งแรก ในศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ในเดือนมีนาคม 2015 ในเกมที่พบกับ ลิธัวเนีย โดยลงไปเป็นตัวสำรองในช่วงครึ่งหลัง และเขาใช้เวลาเพียงแค่ 80 วินาที ก็สามารถทำประตูให้กับทีมชาติอังกฤษได้ หลังจากนั้นเขาก็เป็นนักเตะคนสำคัญในทีมชาติอังกฤษ โดยในฟุตบอลโลก 2018 เขาได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม และสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม  และสามารถสร้างผลงานเป็นนักเตะคนแรกของอังกฤษที่รอบ 32 ปีที่คว้ารางวัลดาวซัลโวของฟุตบอลโลกมาครอง