friendlyreach.com

คาสิโนออนไลน์ ใหม่มาแรง

มิเชล บัลลัค : มิสเตอร์รองแชมป์ สุดยอดมิดฟิลด์ระดับตำนาน

 

มิเชล บัลลัค อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีมชาติเยอรมัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 1976 ที่เมืองกอร์ลิตซ์ ประเทศเยอรมัน พ่อของเขาเคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความรักในกีฬาฟุตบอลทำให้เขาได้ถ่ายทอดความรักในกีฬาฟุตบอลมาให้กับบัลลัค เขาได้เริ่มฝึกเล่นฟุตบอลครั้งแรกโดยมีพ่อของเขาเป็นผู้ฝึกสอน และสอนให้เขาเล่นฟุตบอลให้ได้ทั้งสองเท้าให้ถนัดเท่าๆกัน

บัลลัคในวัย 4 ขวบ เขาเข้าไปขอเล่นฟุตบอลกับเพื่อนรุ่นพี่แถวบ้านของเขา และด้วยความที่เป็นเด็กทำให้เขามักจะถูกเพื่อนๆ ไม่ยอมให้เล่นด้วย แต่บัลลัคก็ไม่เคยย่อท้อเขายังคงสู้เพื่อให้ได้เล่นฟุตบอลที่เขารัก

ในปี 1983 ในตอนที่เขาอายุ 7 ขวบ บัลลัคได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวของเขาพาไปเซ็นสัญญากับศูนย์ฝึกของเชมนิตเซอร์ เอฟซี เมื่อเขาอายุ 13 ปี เขาก็ถูกจับตามองให้ฐานะเด็กที่มีพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอลเป็นอย่างมาก เขาเริ่มต้นด้วยการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ และเขาก็มีจุดเด่นในเรื่องการทำประตูเป็นอย่างมาก แต่แล้วเส้นทางของเขาก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเขามีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวนอยู่บ่อยครั้ง จนถึงกับหมอที่รักษาอาการของเขาบอกว่า เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาได้จบลงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น บัลลัค ก็ไม่เคยยอมแพ้ เขากลับมาฝึกซ้อมเพื่อฟิตร่างกายให้กลับมาพร้อมในการเดินตามความฝันได้อีกครั้ง และเขาก็สามารถพัฒนาฝีเท้าของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม

ในปี 1995 บัลลัค ในวัย 18 ปี ได้เซ็นสัญญาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรกกับเชมนีทเซอร์ เอฟซี และเขาก็สามารถขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับทีมได้ในเวลาอันรวดเร็ว และกลายเป็นนักเตะดาวรุ่งของทีม โดยในฤดูกาลนั้นเขาลงสนามไปทั้งหมด 15 นัด

ฤดูกาล 1996-1997 บัลลัค สามารถยิงประตูแรกให้กับทีม ในเดือนตุลาคม 1996 ในเกมที่พบกับ Dynamo Dresden และเป็นประตูที่ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะมาด้วยสกอร์ 1-0 และในฤดูกาลนั้นเขาลงสนามไปทั้งหมด 34 ประตู และทำประตูไป 10 ประตู และในฤดูกาลนี้เขายังถูกเรียกให้ไปเล่นให้กับทีมชาติเยอรมันในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีอีกด้วย

ฤดูกาล 1997-1998 บัลลัค ถูกซื้อตัวไปร่วมทีมกับ ไคเซิร์สเลาเทิร์น ทีมฟุตบอลน้องใหม่ในบุนเดสลีกา และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเตะระดับโลกของเขานั่นเอง  ในฤดูกาลแรกที่เขาย้ายมาร่วมทีม บัลลัค เริ่มต้นด้วยการเล่นเป็นตัวสำรอง

ในฤดูกาล 1998-1999 เขาก็สามารถพิสูจน์ความสามารถของตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในกับทีมได้ในเวลาอันรวดเร็ว เขามีส่วนช่วยให้ทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์ลาลีกาได้สำเร็จ โดยในฤดูกาลนี้เขาลงสนามไปทั้งหมด 30 นัด ทำไป 4 ประตู และด้วยการสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นทำให้เขาถูกเรียกตัวให้ไปเล่นในทีมชาติชุดใหญ่ โดยลงสนามในเกมที่พบกับทีมชาติสกอตแลนด์ ในเดือนเมษายน 1999

ฤดูกาล 1999-2000 บัลลัค ย้ายไปร่วมทีมกับ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัว 8 ล้านมาร์กเยอรมัน โดยในฤดูกาลนี้เขาสามารถทำ 2 ประตูในศึกยูฟ่าคัพ และยังมีส่วนช่วยพาทีมคว้าตั๋วไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ โดยเขาลงสนามไปทั้งสิ้น 23 นัด ทำไป 2 ประตู ส่วนผลงานในทีมชาตินั้นเขาถูกเรียกตัวให้ไปเล่นให้กับทีมชาติอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้เป็นนักเตะตัวหลักของทีม

 

ฤดูกาล 2000-2001 เขากลายเป็นนักเตะที่ได้รับการจับตามอง และได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก ด้วยทักษะการเล่นที่เป็นพรสวรรค์ของเขา ทำให้ บัลลัค ในวัย 24 ปีกลายมาเป็นนักเตะชั้นแนวหน้าของเยอรมันให้เวลานั้น และบัลลัคก็เป็นนักเตะที่ต้นสังกัดขาดไม่ได้อีกต่อไป โดยเขาลงสนามไปทั้งสิ้น 27 นัด ทำไป 7 ประตู นอกจากนี้เขายังกลายเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติเยอรมัน และลงเล่นให้กับทีมชาติอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

ฤดูกาล 2001-2002 เขาสามารถพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ถึง 2 รายการ คือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และเดเอฟเบ โพคาล แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น และในฤดูกาลนี้เขายังพาทีมจบอยู่ที่รองแชมป์ของบุนเดสลีกาอีกด้วย นอกจากนี้บัลลัคยังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเยอรมัน และรางวัลสุดยอดมิดฟิลด์ของยูฟ่า ส่วนในทีมชาติเขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่ในนัดชิงชนะเลิศ บัลลัค ติดโทษแบนทำให้ลงสนามไม่ได้ และสุดท้ายทีมชาติเยอรมันก็จบอยู่ที่รองแชมป์เท่านั้น ทำให้ในฤดูกาลนี้ บัลลัค จบผลงานของตัวเองด้วยการคว้ามา 4 รองแชมป์ นับว่าเป็นผลงานที่ไม่น่าประทับใจสำหรับเขาเลย

ฤดูกาล 2002-2003 บัลลัค ย้ายทีมอีกครั้งโดยไปเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ และเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพลคาล ได้สำเร็จตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ร่วมทีม

ฤดูกาล 2003-2004 เป็นฤดูกาลที่เขาทำผลงานได้ไม่ดีนัก และจบฤดูกาลอยู่ที่รองแชมป์ลาลีกาเท่านั้น นอกจากนี้เขายังเดินทางร่วมกับทีมชาติไปแข่งขันในศึกยูโร 2004 แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อทีมชาติเยอรมันตกรอบแรก

ฤดูกาล 2004-2005 เขาสามารถพาทีมบาเยิร์น มิวนิค กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ด้วยการคว้าดับเบิลแชมป์ ได้แก่ บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเยอรมันอีกด้วย

ฤดูกาล 2005-2006 เขาสามารถพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้อีกครั้ง และในเวลานั้น บัลลัคได้ถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดมิดฟิลด์ระดับโลกคนหนึ่งเลยทีเดียว

ฤดูกาล 2006-2007 บัลลัค ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเซ็นสัญญากับสโมสรเชลซี โดยไม่มีค่าตัว ซึ่งในช่วงแรกเขาต้องให้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบในการเล่นของฟุตบอลอังกฤษ ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงไปอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และพรีเมียร์ลีก มาได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาร่วมทีม

ฤดูกาล 2007-2008 บัลลัค ต้องประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสในการสร้างผลงานมากนักในฤดูกาลนี้ ฤดูกาล 2008-2009 เขาหายบาดเจ็บและกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง และสามารถกลับมาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม ด้วยการช่วยทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อจบเพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น

ในฤดูกาล 2009-2010 เขาสามารถพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ คือ พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง และพลาดโอกาสในการเล่นให้กับทีมชาติเยอรมันในศึกฟุตบอลโลก 2010

ในช่วงท้ายอาชีพของเขา บัลลัคย้ายกลับไปเล่นให้กับเลเวอร์คูเซ่น ในปี 2010 เขาเล่นให้กับต้นสังกัดเก่าในบ้านเกิดอยู่ 2 ฤดูกาล ก็ได้ประกาศแขวนสตั๊ดไปในปี 2012 ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุ 36 ปี โดยตลอดระยะเวลาในการค้าแข้งของเขา เขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของโลก ด้วยความสามารถของเขาที่มีความเก่งทั้งในเกมรับและเกมรุก นอกจากนี้ยังมีความเป็นผู้นำสูง